ใครที่กำลังจะทำโฆษณา Google Ads อาจจะกำลังลังเลอยู่ว่าระหว่างการลงโฆษณา Search Ads กับการลงโฆษณา Display Ads ควรจะเลือกทำโฆษณาแบบไหนมากกว่ากัน หรือเลือกทำโฆษณาแบบไหนดี ซึ่งบางครั้งหลายคนที่เพิ่งหัดทำ Google Ads อาจจะไม่เข้าใจอย่างแท้จริงว่า การทำงานของทั้งสองแบบเป็นอย่างไร ซึ่งก่อนจะเลือกทำแบบไหน เราควรศึกษาก่อนว่า Google Ads ทั้งสองรูปแบบช่วยทำการตลาดแบบไหนและมีความแตกต่างกันอย่างไร

การลงโฆษณา Google Ads แบบ Search Ads 

โฆษณาแบบ Search Ads เป็นโฆษณาที่จะแสดงผลก็ต่อเมื่อมีคนค้นหา หรือ Search คำหลักบางคำที่เกี่ยวข้องกับชุดข้อความโฆษณาของเรานั่นเอง โดยก่อนที่เราจะทำการลงโฆษณาประเภทนี้ ต้องกำหนดคำหลัก หรือ Keyword ที่เกี่ยวข้องกับโฆษณาของเรา และคิดว่าจะมีคนค้นหาคำ ๆ มากที่สุด โดยในหนึ่งชุดโฆษณาจะมีจำนวนกี่ Keyword ก็ได้ ซึ่งหลายคนมักจะเลือกใช้เครื่องมือของ Google อย่าง Keyword Planner เพื่อช่วยในการวางแผนการเลือก Keyword 

สิ่งที่เราต้องเตรียมเพื่อให้โฆษณา Search ของเราสมบูรณ์พร้อมใช้งาน นอกจาก Keyword แล้ว จะต้องมีชุดคำโฆษณา (Ads Text) และหน้าเว็บสำหรับเป็นปลายทางเมื่อมีคนคลิกโฆษณานี้ (Landing Page) 

การลงโฆษณา Google Ads แบบ Display Ads 

โฆษณาแบบ Display Ads เป็นโฆษณาที่ปรากฏตามเว็บไซต์เครือข่ายของ Google ทั่วโลก หรือเรียกว่า Google Display Network ซึ่งรวมทั้งผลิตภัณฑ์ในเครือ Google อย่าง Gmail และ YouTube ด้วย โดยโฆษณาแบบ Display สามารถทำเป็นข้อความธรรมดา ซึ่งจะโฆษณาในรูปแบบ Responsive Ads หรือทำเป็นแบนเนอร์สวยงาม ในรูปแบบ Image Ads ได้เช่นกัน ซึ่งสามารถเป็นภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวก็ได้ 

ในขั้นตอนการทำโฆษณานอกจากเราจะต้องเตรียมตัวชิ้นงานสำหรับแสดงผลแล้ว ต้องมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ตามความชอบ เพศ อายุ และทำเลได้ นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดเป้าหมายตามที่สิ่งที่เขากำลังค้นหาอยู่ได้อีกด้วย และที่ขาดไม่ได้เลยคือ Landing Page เว็บไซต์ของเราสำหรับเป็นปลายทางหลังคลิกโฆษณานั่นเอง 

Search Ads VS Display Ads 

ไม่ว่าคุณจะเลือกลงโฆษณา Google Ads ในรูปไหนก็ตาม เมื่อรู้แล้วว่าการทำงานของทั้งสองแบบเป็นแบบไหน คุณก็ต้องมาดูวัตถุประสงค์ทางการตลาดของคุณว่าต้องการแบบไหน ซึ่งการลงโฆษณาแบบ Search Ads จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อกลุ่มเป้าหมายมีความสนใจหรือต้องการสินค้าบางอย่างที่ตอบโจทย์กับพวกเขา จึงมาทำการค้นหาบน Google ซึ่งหากพวกเขาพบโฆษณาของเรา ก็สามารถช่วยให้กลุ่มเป้าหมายตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น 

ส่วนโฆษณาแบบ Display Ads มักมีไว้เพื่อสร้างการรับรู้ (Awareness) และมีไว้เพื่อทำการ Re-Targeting กับกลุ่มเป้าหมายที่เคยเข้ามาเว็บไซต์ของเรา หรือคนที่เคยค้นหาสินค้าของเรา ซึ่ง Display Ads จะตามไปแสดงผลในทุก ๆ เว็บไซต์ที่กลุ่มเป้าหมายของเราใช้งานนั่นเอง 

การลงโฆษณา Google Ads สามารถทำทั้ง Search Ads และ Display Ads พร้อม ๆ กัน เพื่อเพิ่มประสิทธิให้กับแคมเปญการตลาดออนไลน์ของเราให้มีมากยิ่งขึ้น หรือบางครั้งเราอาจต้องเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งตามงบประมาณและวัตถุประสงค์ทางการตลาดของเราก็ย่อมได้